หน้าหลัก > บทความ > 7 เคล็ดลับ ขับรถหน้าฝนอย่างระมัดระวัง พร้อมรับมือทุกสภาพอากาศ
08
มิ.ย.
2562
7 เคล็ดลับ ขับรถหน้าฝนอย่างระมัดระวัง พร้อมรับมือทุกสภาพอากาศ
7 เคล็ดลับ ขับรถหน้าฝนอย่างระมัดระวัง พร้อมรับมือทุกสภาพอากาศ
                เข้าหน้าฝนทีไรจะเดินทางไปไหนมาไหนก็แสนลำบาก หากคุณจำเป็นต้องเดินทางขับรถหน้าฝนต้องระมัดระวังในการขับขี่มากยิ่งขึ้น นอกจากจะเจอปัญหาจารจรติดขัดแล้ว ช่วงหน้าฝนยังเพิ่มโอกาสการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนอีกด้วย เนื่องจากสายฝนทำให้ถนนลื่นและทัศนวิสัยในการมองทางแย่ลง ยังไม่รวมถึงปัญหาน้ำรอการระบาย หลายคนต้องขับรถลุยน้ำทำให้เครื่องยนต์เกิดความเสียหาย หรือบางคนโชคร้ายน้ำท่วมรถยนต์ ต้องพึ่งบริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน แต่หากไม่ได้ทำประกันรถยนต์ที่ให้ความคุ้มครองภัยธรรมชาติ อย่างประกันชั้น 1 และ ชั้น 2+,3+ (บางแพ็กเกจ) ก็จะไม่ได้รับความคุ้มครองในส่วนนี้นั่นเอง
                ดังนั้นเราจึงต้องเตรียมพร้อมรับมือกับทุกสภาพอากาศ ไทยพัฒนาขอเสนอ 7 เทคนิคการขับรถหน้าฝนอย่างระมัดระวัง ให้คุณขับขี่อย่างปลอดภัย
 

1. ตรวจสภาพรถยนต์ให้พร้อม

                อันดับแรก ไม่ว่าสภาพอากาศจะดีหรือย่ำแย่ ควรตรวจสภาพรถยนต์เป็นประจำ หากต้องใช้รถในหน้าฝน สิ่งที่ควรให้ความใส่ใจเป็นพิเศษคือ

                ยางรถยนต์
       ที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเกาะถนนและหยุดรถ โดยสังเกตสภาพยางให้ดีว่ามีความลึกเท่าไหร่ โดยปกติยางใหม่จะมีความลึกประมาณ 8-10 มิลลิเมตร หากมีความลึกน้อยกว่า 3 มิลลิเมตร ควรเปลี่ยนยางใหม่ได้แล้ว 

                ที่ปัดน้ำฝน
      ตัวช่วยให้ทัศนวิสัยในการมองดีขึ้น ลองเปิดใช้งานว่ายังสามารถปัดคราบน้ำออกหมดหรือไม่และสังเกตที่ยางปัดว่าไม่มีการชำรุด หากไม่สามารถปัดคราบน้ำออกหมดได้ให้เปลี่ยนทันที  

                หม้อน้ำฉีดกระจก
      หมั่นตรวจสอบและเติมน้ำในหม้อฉีดน้ำฝนเสมอ เพื่อให้เพียงพอที่จะใช้ในยามฝนตก

                สัญญาณไฟ  
      ตรวจสอบสัญญาณไฟทุกจุด ไม่ว่าจะเป็นไฟหน้า-หลังรถ ไฟเลี้ยว ไฟสูง และไฟฉุกเฉินต่างๆ เป็นต้น  
 

2. สังเกตระดับความแรงของฝน


                ฝนตกปรอยๆ เล็กน้อย
      ฝนตกปรอยๆ หรือตกเป็นเม็ดเล็กๆ มักจะตกเป็นเวลานานเสมอ เป็นระดับฝนตกที่สามารถขับขี่ได้ แต่ข้อควรระวังคือ พื้นถนนลื่น ต้องขับขี่ให้ช้าลงและเว้นระยะห่างจากรถคันหน้า

                ฝนตกค่อนข้างหนัก
      ฝนตกเม็ดใหญ่แต่ลมไม่แรง ด้วยน้ำฝนที่เทลงมามากทำให้เกิดน้ำรอการระบายตามบริเวณท่อต่างๆ ควรระวังขับขี่ให้ช้าลง หากขับขี่ไวเกินไปน้ำที่พื้นอาจกระเด็นใส่รถคันข้างๆ ได้ หรือกระเด็นใส่รถคันที่สวนมา ทำให้บดบังทัศนวิสัยในการมอง ก่อให้เกิดอุบัติเหตุตามมา

                ฝนตกหนักและลมแรง
      ระดับสุดท้าย ฝนตกหนักพร้อมลมแรงหรือระดับพายุฝน  เป็นสภาพอากาศที่อันตรายมาก เนื่องจากมีลมพัดแรง ทำให้รถยนต์ของเราโคลงเคลงไปมาได้ขณะเคลื่อนที่ นอกจากนั้นยังต้องระวังต้นไม้ เสาไฟฟ้า ป้ายโฆษณาหรือสิ่งปลูกสร้างบริเวณใกล้เคียง ล้มพัดมาโดนรถยนต์ของเรา ทางที่ดีหากฝนตกหนักมากหรือพายุเข้ายังไม่ควรขับขี่ หาจุดพักรถ หรือจุดปลอดภัยจอดรอฝนซาเสียก่อนจะดีที่สุด
 

3. เปิดไฟหน้ารถและหลังรถทุกครั้ง

                อย่าลืมเปิดไฟหน้าและหลังรถทุกครั้งเมื่อฝนตก เนื่องจากสภาพอากาศตอนฝนตก ท้องฟ้ามักจะมืดครึ้ม ทำให้คุณเองมองเห็นเส้นทางไม่ชัดเจน รวมถึงผู้ขับขี่คนอื่นๆ จะสามารถมองเห็นรถยนต์ของคุณได้ง่ายขึ้นด้วย ทำให้กะระยะห่างจากรถของคุณได้ถูกต้อง หากฝนตกหนักมากจนมองทางไม่เห็นสามารถใช้ไฟสูงช่วยได้ แต่ต้องใช้อย่างระวังไม่ให้ไปแยงตารถคันอื่นที่สวนมานั่นเอง

4. ใช้สัญญาไฟอย่างระวัง

                ถ้าฝนตกหนักมากไม่ควรเปิดไฟฉุกเฉิน หากคุณเปิดไฟฉุกเฉินขณะขับขี่ เมื่อคุณเปิดไฟเลี้ยวเพื่อส่งสัญญาณให้แก่รถยนต์คันอื่น ไฟฉุกเฉินจะทำให้รถคันอื่นไม่ทราบว่าคุณจะเลี้ยวไปทางไหนกันแน่ นอกจากนั้นยังทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่ารถเสียอีกด้วย
 

5. ลดฝ้าขึ้นกระจกรถ

                ในกรณีฝ้าขึ้นกระจกหน้าหรือหลังรถเกิดขึ้นได้จากอุณหภูมิอากาศภายนอกเย็นกว่าในรถยนต์ เพราะฉะนั้นอย่าปิดแอร์ให้เร่งแอร์ให้เย็นมากขึ้น และกดปุ่มไล่ฝ้ากระจกหลัง จะช่วยลดฝ้าขึ้นกระจกรถได้นั่นเอง
 

6. ไม่ควรขับรถลุยน้ำ

                ไม่ควรขับรถลุยน้ำในความเร็วสูง เพราะอาจทำให้รถยนต์ของคุณเสียการควบคุมได้ ดังนั้นหากพบแอ่งน้ำควรชะลอความเร็วและไม่เหยียบเบรคกะทันหันเป็นอันขาด และพื้นที่ที่มีน้ำรอระบายควรเลี่ยงไปใช้เส้นทางอื่น หรือหากเลี่ยงไม่ได้จริงๆ จำเป็นต้องใช้เส้นทางนี้ แนะนำบทความ 9 วิธีรับมือ ทำอย่างไรเมื่อต้องขับรถลุยน้ำ เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายอื่นๆ ตามมา
 

7. รถยนต์ดับไม่สามารถเคลื่อนที่ได้

                บางคนพบปัญหาขับรถลุยฝนตกหรือขับรถลุยน้ำแล้วรถยนต์ดับ สตาร์ทไม่ติด ให้พยายามเคลื่อนรถยนต์ของคุณไปข้างทาง พร้อมเปิดไฟฉุกเฉินเพื่อแจ้งให้รถยนต์คันอื่นๆ ทราบว่ารถของคุณมีปัญหา จากนั้นให้โทรแจ้งอุบัติเหตุเพื่อขอความช่วยเหลือ หรือติดต่อประกันรถยนต์ของคุณ เพื่อขอบริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน

                และนี่คือ 7 เคล็ดลับ ขับรถหน้าฝนอย่างระมัดระวัง ไม่ว่าคุณจะเดินทางไกล ขับรถขึ้นเขา หรือเดินทาง ในสภาพอากาศแปรปรวนหรือปกติ สิ่งสำคัญที่สุดคือการตรวจสอบสภาพรถยนต์อย่างสม่ำเสมอเพื่อป้องกันอุบัติเหตุไว้ล่วงหน้า สำหรับผู้ที่สนใจประกันรถยนต์ สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaipat.co.th/Products/Car.aspx  เพิ่มความอุ่นใจในการขับขี่กับไทยพัฒนาประกันภัย ประกันรถยนต์ที่ครบวงจร พร้อมสิทธิพิเศษแก่ลูกค้าไทยพัฒนาบริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน 24 ชั่วโมง ทั่วประเทศ ฟรี

Share to Twitter