ประกันภัยทางทะเลและขนส่ง หรือประกันภัยขนส่ง อีกหนึ่งประกันภัยที่น่าสนใจที่จะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้แก่ธุรกิจของคุณ ไม่ว่าจะขนส่งสินค้าไปต่างประเทศ ขนส่งในประเทศ หรือการนำเข้าสินค้าก็ตาม แล้วถ้าหากสินค้าสูญหายหรือเกิดความเสียหายใครเป็นผู้รับผิดชอบและสามารถเรียกสินไหมทดแทนได้อย่างไรบ้าง
ประกันภัยทางทะเลและขนส่ง ประกันภัยที่จะช่วยประกันความเสียหายแก่ตัวเรือและสินค้าหรือทรัพย์สินที่กำลังทำการขนส่ง นอกจากนั้นยังสามารถขยายขอบเขตความคุ้มครองการขนส่งที่ต่อเนื่องจากการขนส่งทางทะเล ทั้งการขนส่งทางบกและทางอากาศ สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
ประกันภัยทางทะเลและขนส่ง เพิ่มความมั่นใจให้ธุรกิจของคุณ ทีได้อธิบายความคุ้มครองและประเภทต่างๆ ของประกันขนส่ง
ประกันภัยทางทะเลและขนส่งเลือกซื้อการคุ้มครองได้ 2 แบบ
แบบที่ 1 หนังสือคุ้มครองชั่วคราว
ผู้เอาประกันควรทำการแจ้งให้ผู้รับประกันออก “หนังสือคุ้มครองชั่วคราว” ทันทีเมื่อมีการสั่งซื้อสินค้า หรือ เมื่อผู้ทราบรายละเอียดจำนวนสินค้า เรือที่ขนส่ง และวันที่ขนส่งสินค้าลงเรือจากผู้ขายแล้ว จึงแจ้งบริษัทประกันที่ออกกรมธรรม์ให้ โดยหนังสือคุ้มครองชั่วคราวหรือ Cover Note คือ เอกสารที่ผู้รับประกันต้องออกให้แก่ผู้เอาประกัน เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการยืนยันว่า สินค้าทุกรายการที่ระบุลงไปไหนหนังสือคุ้มครองชั่วคราวจะได้รับการประกันภัยสินค้าและความคุ้มครองตามจำนวนเงินที่ระบุ เหมาะสำหรับผู้ที่จำเป็นต้องส่งสินค้าเป็นครั้งคราว ไม่ได้นำเข้าหรือส่งออกสินค้าเป็นประจำ
แบบที่ 2 กรมธรรม์ประกันภัยแบบเปิด
ประกันภัยแบบเปิด Open Cover หรือ Open Policy คือกรมธรรม์ระยะยาว ที่มีผลบังคับใช้ตามระยะเวลาที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ เช่น กำหนดระยะเวลา 12 เดือน เป็นต้น โดยกรมธรรม์ประกันภัยแบบเปิดนี้จะมีการต่ออายุกรมธรรม์อัตโนมัติ หรือไม่ต้องกำหนดระยะเวลา ให้กรมธรรม์มีผลเรื่อยไปจนกว่าจะทำการยกเลิก
โดยปกติผู้เอาประกันจะเลือกกรมธรรม์แบบเปิด ในกรณีที่สั่งสินค้าเป็นประจำ และต้องการมั่นใจว่าทุกครั้งที่มีการนำเข้าหรือส่งสินค้าไปต่างประเทศ หรือขนส่งสินค้าในประเทศ จะมีประกันภัยสินค้าและสินค้าได้รับความคุ้มครอง หากใช้แบบหนังสือคุ้มครองชั่วคราว ต้องทำประกันใหม่หลายๆ ครั้ง ซึ่งทำให้ไม่สะดวกและเสียเวลาโดยใช่เหตุ
ในกรณีที่สินค้าเกิดความเสียหายทำอย่างไร ?
ข้อควรปฏิบัติเมื่อพบว่าสินค้าที่ขนส่งเกิดความเสียหาย วิธีเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนดังต่อไปนี้
1. อันดับแรกที่ต้องทำคือ ตรวจสอบสินค้าทันทีก่อนรับมอบสินค้า หากพบว่ามีความเสียหายต่อตัวสินค้าหรือสินค้าสูญหาย ให้แจ้งผู้ขนส่งหรือผู้รับฝากสินค้า ระบุหมายเหตุลงไปในใบรับสินค้า เพื่อเป็นหลักฐานว่าสินค้าไม่ครบหรือสินค้าเสียหาย
2. ในกรณีขนส่งด้วยตู้ Container อย่าลืมตรวจด้วยว่า ตู้ Containerและ Seal มีสภาพเรียบร้อยหรือไม่ หากมีความเสียหายหรือสูญหาย หรือเป็น Seal อื่น ต้องแจ้งผู้เกี่ยวข้องเพื่อจดบันทึกหรือทำเอกสารเป็นหลักฐานเช่นเดียวกัน
3. จากนั้นให้ยื่นเอกสารต่อบริษัทขนส่งหรือผู้เกี่ยวข้องให้ชดใช้ค่าเสียหายทันที
4. ในกรณีที่ไม่พบความเสียหายต่อสินค้าขณะตรวจ แต่ตรวจพบภายหลัง ต้องทำหนังสือแจ้งไปยังผู้เกี่ยวข้องภายใน 3 วัน นับตั้งแต่วันตรวจรับมอบสินค้า
หลักฐานที่จำเป็นต้องใช้ในการเรียกค่าสินไหมทดแทน
- หนังสือ Claim Bill หรือหนังสือเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน
- กรมธรรม์ประกันภัยทางทะเลและขนส่งตัวจริง
- ใบตราส่งสินค้า หรือ Bill of Landing
- ใบกำกับสินค้าหรือใบ Invoice และใบแสดงการบรรจุหีบห่อ
- หลักฐานแสดงความเสียหาย เช่น หมายเหตุ ใบรายงานการตรวจสอบต่างๆ
- เอกสารหรือหลักฐานประกอบอื่นๆ เช่น Charter Party สัญญาว่าจ้าง ข้อมูลติดต่อผู้ขาย และ Stowage Plan เป็นต้น
- สำเนาหนังสือเรียกร้องค่าเสียหายถึงผู้ขนส่งหรือผู้เกี่ยวข้อง
- สำเนาหนังสือตอบกลับจากผู้ขนส่งหรือผู้เกี่ยวข้องที่รับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น
สรุปได้ว่าประกันภัยขนส่งทางทะเล หรือ ประกันภัยสินค้า หากมีการขนส่งสินค้าหรือนำเข้าสินค้า อย่าลืมตรวจสอบทันทีก่อนรับมอบสินค้า หากพบว่าสินค้าเกิดความเสียหายหรือสูญหายต้องบันทึกเป็นหลักฐาน และรีบยื่นเอกสารร้องเรียนต่อบริษัทขนส่งหรือผู้เกี่ยวข้อง เพื่อนำหลักฐาน หนังสือต่างๆ มาเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน นอกจากนั้นควรจัดเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนเพื่อความรวดเร็วในการทำการดำเนินการ สำหรับผู้ที่สนใจประกันภัยขนส่งทางทะเลสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://thaipat.co.th/Products/Marine-Cargo.aspx ให้คุณได้มั่นใจทุกครั้งที่ขนส่งสินค้า