หน้าหลัก > บทความ > "ระบบตัดแต้มใบขับขี่" ทำผิดกฏจารจร มีผลอย่างไรบ้าง?
16
เม.ย.
2563
"ระบบตัดแต้มใบขับขี่" ทำผิดกฏจารจร มีผลอย่างไรบ้าง?
"ระบบตัดแต้มใบขับขี่" ทำผิดกฏจารจร มีผลอย่างไรบ้าง?
          อย่างที่ทราบกันดีว่า กฎหมายจราจรส่วนใหญ่จะออกใบสั่งหรือปรับเงิน ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรม ไม่สวมหมวกกันน็อก ฝ่าไฟแดง เมาแล้วขับ เล่นโทรศัพท์ระหว่างการขับขี่ หลายคนคิดว่าเงินที่ถูกปรับไปนั้นเป็นรายได้อีกทางของตำรวจและไม่ตระหนักถึงพฤติกรรมเสี่ยงของตนเอง ถึงจะมีประกันรถยนต์คอยดูแลค่าใช้จ่ายเมื่อรถยนต์เกิดความเสียหาย แต่ก็ไม่คุ้มค่าหากความประมาทของคุณสร้างความเดือดร้อนแก่ทรัพย์สินและชีวิตของผู้อื่น

          ในปี 2563 นี้ จึงมีการบังคับใช้กฎหมายใหม่ "ระบบตัดแต้มใบขับขี่" หรือ ระบบตัดคะแนนความประพฤติของผู้กระทำผิดกฎจารจร เพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนและลดอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้  ตามพ.ร.บ.จราจรทางบก 2562 คาดหวังว่ากฎหมายใหม่นี้จะสามารถลดจำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบติเหตุบนท้องถนนได้มากถึง 10-20%  มาดูกันว่า ระบบตัดแต้มใบขับขี่หรือพ.ร.บ.จารจรทางบก มีการเปลี่ยนแปลง กฎเกณฑ์การหักคะแนนและการลงโทษอย่างไรบ้าง
 

4 เกณฑ์ระบบตัดแต้มใบขับขี่

กฎหมายจราจรที่บังคับใช้สำหรับผู้มีใบขับขี่ทุกประเภท โดยทุกคนมีคะแนนเริ่มต้นเท่ากัน คือ 12 แต้ม หากกระทำความผิด หรือมีพฤติกรรมเสี่ยงก่อให้เกิดอุบัติเหตุจะถูกตัดแต้มและปรับตาม 4 เกณฑ์ต่อไปนี้
 

กลุ่มตัด 1 แต้ม

  • ไม่สวมหมวกกันน็อก 
  • ขับรถบนทางเท้า 
  • ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย 
  • ใช้โทรศัพท์มือถือระหว่างขับขี่ 
  • ขับรถเร็วเกินกำหนด
  • ไม่หลีกทางให้รถพยาบาลหรือรถฉุกเฉิน 
  • ไม่หยุดให้คนข้ามถนน (เฉพาะทางม้าลาย) 
  • ไม่ชำระค่าปรับในระยะเวลาที่กำหนด


กลุ่มตัด 2 แต้ม

  • ขับฝ่าไฟแดง ไม่สนใจไฟจราจร
  • ขับย้อนศรเป็นอันตรายต่อผู้อื่น
  • ขับขี่ประมาท สร้างความหวาดเสียว
  • เมาแล้วขับ
  • ขับขี่ระหว่างถูกสั่งยึด พักใช้ หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่


กลุ่มตัด 3 แต้ม

  • ชนแล้วหนี ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ร่างกาย ทรัพย์สินของผู้อื่น ไม่หยุดรถให้ความช่วยเหลือ รวมถึงไม่แสดงตัวและไม่แจ้งความต่อตำรวจ
  • เมาแล้วขับ ปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกิน 150 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ หรือเสพยาเสพติด
  • สนับสนุน ส่งเสริมการแข่งรถบนท้องถนนโดยไม่ได้รับอนุญาต
  • ขับรถผาดโผน อันตราย


กลุ่มตัด 4 แต้ม 

  • เมาแล้วขับ ปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกิน 200 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์
  • เมาแล้วขับชนคนจนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต
  • เสพสารเสพติดขณะขับขี่และขับชนคนจนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต
  • แข่งรถบนท้องถนนโดยไม่ได้รับอนุญาต
          หากมีการขอยึดใบขับขี่คุณไม่จำเป็นต้องให้ เนื่องจากพ.ร.บ.การจราจรทางบกฉบับนี้ กฎหมายห้ามยึดใบขับขี่ ตำรวจไม่สามารถยึดใบขับขี่ได้ นอกจากขอดูเพื่อออกใบสั่งให้ชำระค่าปรับเท่านั้น นอกจากนั้นประชาชนยังสามารถใช้ใบขับขี่อิเล็กทรอนิกส์หรือใบขับขี่ดิจิทัลที่ออกโดยกรมขนส่งทางบก แต่ไม่สามารถใช้ภาพถ่ายจากมือถือได้
 

แล้วจะทำอย่างไรหากถูกตัดแต้มครบ 12 แต้ม ?

          เมื่อถูกตัดครบ 12 แต้ม จะถูกพักใช้ใบขับขี่ 90 วัน และต้องเสียค่าใช้จ่ายการอบรมใหม่ ผ่านการตรวจสอบต่างๆ จึงจะได้รับแต้มคืนทั้ง 12 แต้ม อีกกรณีคือไม่ผ่านการอบรม จะได้คะแนนคืน 8 แต้ม และหากไม่มีพฤติกรรมเสี่ยงหรือกระทำความผิดอีก จะได้รับคะแนนคืนปีละ 2 แต้ม และหากถูกตัดจนคะแนนเหลือ 0 แต้ม แต่ยังทำกระทำผิดอยู่จะถูกทบความผิดและนำไปตัดคะแนนเมื่อได้รับคะแนนคืนในอนาคตนั่นเอง

การถูกพักใช้ เพิกถอนใบขับขี่
          หากภายใน 3 ปี ผู้ขับขี่ถูกพักใช้ใบขับขี่เกินกว่า 2 ครั้ง ในครั้งที่ 3 ผู้ขับขี่จะถูกพักใบขับขี่เป็นระยะเวลา 1 ปี หากกระทำผิดซ้ำเป็นครั้งที่ 4 ในปีเดียวกัน จะถูกเพิกถอนใบขับขี่ทันทีและจะไม่สามารถทำใบขับขี่ได้อีก 5 ปี

          ระบบตัดแต้มใบขับขี่ ทำให้เห็นว่าผู้ใดมีพฤติกรรมกระทำผิดซ้ำ ๆ หรือมีความเสี่ยงสร้างความเดือดร้อนแก่ผู้อื่นบนท้องถนนจะถูกบันทึกและดำเนินการ โดยผู้ขับขี่ทุกคนอยู่ภายใต้พ.ร.บ.จราจรทางบก 2562 นี้ และช่วยลดความขัดแย้งระหว่างประชาชนและตำรวจด้วยกฎหมายห้ามยึดใบขับขี่

          อย่างไรก็ดี แม้ว่าคุณจะมีพฤติกรรมการขับขี่ที่ดี ไม่ประมาท ขับรถอย่างระมัดระวัง แต่อย่าลืมว่าอุบัติเหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลา และมักจะเกิดขึ้นจากความไม่ได้ตั้งใจ สามารถทำ “ประกันภัยรถยนต์”  เพื่อลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น เปรียบเสมือนตัวช่วยชดเชยค่าใช้จ่าย ความคุ้มครองขึ้นอยู่กับแผนประกันที่คุณเลือกซื้อ สำหรับใครที่สนใจหรือยังไม่แน่ใจว่าจะซื้อประกันภัยรถยนต์ที่ไหนดี สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  https://www.thaipat.co.th/Products/Car.aspx ไทยพัฒนาประกันภัย ประกันภัยรถยนต์ที่ครบวงจร ด้วยความคุ้มครองหลากหลาย ตอบโจทย์การใช้รถใช้ถนนของคุณ 
 
Share to Twitter