หน้าหลัก > บทความ > เที่ยวทะเลยังไง ให้ท้องฟ้าสดใส ชีวิตปังปุริเย่
21
ต.ค.
2563
เที่ยวทะเลยังไง ให้ท้องฟ้าสดใส ชีวิตปังปุริเย่
เที่ยวทะเลยังไง ให้ท้องฟ้าสดใส ชีวิตปังปุริเย่
เที่ยวทะเลยังไง ให้ท้องฟ้าสดใส ชีวิตปังปุริเย่

                    หยุดยาวมีเยอะ วันลาเหลือ อยากจะไปจัดทริปชาร์ตพลังงานชีวิตสักหน่อย แต่พอไปทีไร ฟ้าฝนไม่เป็นใจสักที ทำเอาหน้า ผม ชุดที่จัดเตรียมไปนั้น แทบไม่ได้ใช้งานกันเลยทีเดียว วันนี้ ไทยพัฒนาประกันภัย เลยมีทริคการจัดทริปเล็กๆ น้อยๆ มาให้ได้เที่ยวอย่างจุใจ ไปเที่ยวทะเล ดำน้ำดูปะการังได้ตลอดทั้งปีเลยทีเดียว

                    มองภาพทะเลไทยให้ดูง่ายๆ ส่วนใหญ่ทุกคนน่าจะรู้จักทะเลอ่าวไทย กับทะเลอันดามันกันใช่มั้ยคะ แต่จริงๆ แล้ว เรายังมีทะเลอีก 2 ฝั่งอีกด้วย นั้นก็คือทะเลตะวันตก และทะเลตะวันออกนั้นเอง โดยทะเลส่วนใหญ่นั้น จะมีช่วงเวลาที่พายุเข้า ฝนตก เริ่มตั้งแต่เมษายน ถึง พฤศจิกายน ของทุกๆ ปี ซึ่งการที่จะไปเที่ยวช่วงกลางปีถึงปลายปีนั้น เราก็ต้องมานั่งพึ่งโชคชะตา ได้แต่ขอกันให้ฝนไม่ตกฟ้าไม่ครึ้มถูกมั้ยคะ ซึ่งจริงๆแล้ว ทะเลฝั่งอ่าวไทย เช่น สมุย เกาะพะงัน เกาะเต่า สุราษฎร์ฯ และนครศรีธรรมราช คือทะเลฝั่งที่ตอบโจทย์ในการเที่ยวทะเลช่วงกลางปีค่ะ เพราะพายุฝนฟ้าคะนองจะเข้าทะเลฝั่งอ่าวไทยในช่วง ปลายพฤศจิกายน ถึงต้นมีนาคมนั้นเอง ดังนั้น หากจะไปเที่ยวทะเลแบบสุดปังปุริเย่ เราก็เลือกทะเลฝั่งให้ถูกกันนะคะ โอกาสเจอท้องฟ้าสดใสจะได้มีมากกว่า

                    แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าใครมีแพลนจะไปเที่ยวทะเลต้อนรับลมหนาว ช่วงขึ้นปีใหม่ ประมาณต้นเดือนธันวาคม ถึง มีนาคมละก็ ทะเลตะวันตก ทะเลตะวันออก และทะเลอันดามัน เป็นทะเลที่ตอบโจทย์การเริ่มต้นปีที่ดีเลยละค่ะ โดยแลนด์มาร์คสำคัญได้แก่ ชะอำ หัวหิน พัทยา เกาะกูด จันทบุรี ภูเก็ต กระบี่ หลีเป๊ะ ตรัง และเกาะพีพี นั้นเองค่ะ

                    โดยการไปท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดยาว สิ่งหนึ่งที่ต้องพึงระวังนอกจากเรื่องฝนฟ้าอากาศแล้ว การเดินทางด้วยรถยนต์ หรือรถจักรยานยนต์ ก็อาจจะเป็นอีกสาเหตุนึงที่ทำให้ทริปการพักผ่อนของเราติดขัดได้ เนื่องจากอุบัติเหตุทางการเดินทางล้วนแต่เป็นสิ่งที่เราไม่คาดคิด และไม่อยากให้เกิดขึ้น ดังนั้น เราควรกันไว้ดีกว่าแก้ ด้วยการคุ้มครองตลอดการเดินทางจากไทยพัฒนาประกันภัย เนื่องจากไทยพัฒนาประกันภัยให้บริการประกันภัยรถยนต์ครบวงจร มีให้เลือกหลากหลายความคุ้มครองเพื่อสอดคล้องกับการใช้รถและถือได้ว่าเป็นบริษัทประกันภัยแห่งหนึ่งในประเทศไทยที่มีความชำนาญด้านนี้มากที่สุด สิ่งที่เราเน้นคือ การบริการสินไหมทดแทนที่มีความถูกต้อง รวดเร็วและเป็นธรรมมากที่สุด
 

ไทยพัฒนาประกันภัย คุ้มครองอย่างไรให้เหนือกว่า?

                    นอกจากการทำประกันชั้น 2 + และ 3 + จะช่วยให้คุณได้ประหยัดค่าเบี้ยประกันแล้ว นอกเหนือไปกว่านั้นการคุ้มครองยังแบ่งออกให้เหมาะสม และครอบคลุมกับรูปแบบการใช้ชีวิตของคุณ ด้วยประกันคุ้มครองรถตกข้างทางสุดเวิร์ค ของไทยพัฒนาประกันภัย

 
ประกันชั้น 2 + เริ่มต้นที่ 7,999 บาท

                    ประกันที่มีความคุ้มครองคล้ายประกันชั้น 1 แต่แน่นอนว่า เบี้ยประกันนั้น ทำคุณประหยัดได้มากกว่า จึงเหมาะกับรถที่ผ่านการใช้งานระยะนึง โดยประกันชั้น 2 + นั้น นอกจากครอบคุมไปถึง อุบัติเหตุแบบไม่มีคู่กรณี ได้แก่ รถยนต์พลิกคว่ำ ตกไหล่ทาง ยังคุ้มครองอุบัติเหตุรถชนรถ การถูกโจรกรรม ไฟไหม้ คุ้มครองภัยพิเศษและความรับผิดชอบต่อบุคคลภายนอก (สามารถเพิ่มความคุ้มครองน้ำท่วมได้)


 ประกันชั้น 3 + เริ่มต้นที่ 6,999 บาท

                    ประกันที่ตอบโจทย์สำหรับผู้ที่มีประสบการณ์ในการขับขี่มานานแล้ว หรือผู้ที่ไม่ได้ใช้รถยนต์บ่อยมากนัก เพราะนอกจากจะคุ้มครองรถยนต์ในราคาที่ประหยัดมากกว่า ยังคงครอบคลุมถึงเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันอย่าง รถพลิกคว่ำ หรือรถตกข้างทาง แบบไม่ระบุคู่กรณีอีกด้วย มากไปกว่านั้น ความคุ้มครองกรณีรถชนรถ คุ้มครองอุบัติเหตุส่วนบุคคล ค่ารักษาพยาบาล การรับผิดชอบต่อบุคคลภายนอกและประกันตัวผู้ขับขี่ในคดีอาญา ก็ยังคงอยู่ในความคุ้มครองของประกันชั้น 3+ ของไทยพัฒนาประกันภัย

 
เนื้อหาการครอบคลุมของประกันและราคาแบบละเอียด
 
                    เพราะความใส่ใจ จึงทำให้คุณได้รับความคุ้มครองอย่างเหนือชั้น กับไทยพัฒนาประกันภัย โดยในส่วนของด้วยประกันคุ้มครองรถตกข้างทางสุดเวิร์ค ของไทยพัฒนาประกันภัยทั้งชั้น 2+ และ 3+นั้น ให้การชดเชยรถพลิกคว่ำหรือตกข้างถนนสูงสุด 50,000 บาทต่อครั้งกันเลยทีเดียว สามารถศึกษารายละเอียดของประกันเพิ่มเติมได้ใน https://www.thaipat.co.th/Products/Car.aspx ไทยพัฒนาประกันภัย ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัย จึงทำให้คุณได้รับการดูแลที่เหนือกว่า
 
Share to Twitter