มอเตอร์ไซค์นับได้ว่าเป็นยานพาหนะที่ได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศไทย ด้วยความที่เป็นยานพาหนะขนาดเล็ก สามารถซอกแซกลัดตามซอยเล็กซอยน้อยได้อย่างคล่องเเคล่ว เเถมหาที่จอดรถก็ยังสะดวกสบายอีก ซึ่งแน่นอนว่าเรื่องสำคัญสำหรับผู้ขับขี่ที่ควรคำนึงถึงเป็นอันดับแรกเลย คือ เรื่องของความปลอดภัยและที่ขาดไม่ได้เลย คือ หมวกกันน็อก ซึ่งถือเป็นอุปกรณ์ที่กฎหมายกำหนดให้ผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์ต้องสวมใส่ทุกครั้งที่ออกนอกถนน ทั้งนี้หมวกกันน็อกไม่ใช่แค่เพียงอุปกรณ์ที่ช่วยเซฟร่างกาย แต่ยังเป็นไอเทมที่ช่วยในการเสริมลุคเเละสร้างความมั่นใจ
6 ประเภทของหมวกกันน็อกเเละลักษณะการใช้งานของเเต่ละประเภท
1. หมวกกันน็อกแบบเต็มใบ ( Full Face )
ออกแบบมาให้รับกับกะโหลกศีรษะของมนุษย์ ครอบคลุมตั้งแต่ท้ายทอยไปจนถึงปลายคาง หมวกกันน็อกแบบนี้จะมีช่องเจาะบริเวณดวงตาและจมูก เพื่อให้มองเห็นและหายใจได้สะดวก นอกจากนี้ยังมีผลวิจัยที่ชี้ว่าสามารถที่จะปกป้องผู้ขับขี่ได้เป็นอย่างดี
2. หมวกกันน็อกแบบโมดูลา ( Modular )
เป็นหมวกกันน็อกที่คล้ายๆกับรูปแบบเต็มใบ แต่มันสามารถที่จะพับส่วนคางขึ้นมาได้ หมวกกันน็อกประเภทนี้ได้มีการพัฒนามาจากแบบเต็มใบ ซึ่งหมวกประเภทนี้มักจะได้รับความนิยมมากในหมู่ตำรวจในต่างประเทศ เพราะมันมีความสะดวกสามารถเปิดบริเวณปากเพื่อพูดคุยหรือแม้กระทั่งกินอาหารได้ทันที่โดยไม่ต้องถอดหมวก
3. หมวกกันน็อกแบบเปิดหน้า ( Open Face )
เป็นหมวกกันน็อกที่ครอบคลุมศรีษะเพียง 3 ใน 4 เท่านั้น แม้มันจะไม่สามารถปกป้องได้ทั้งใบหน้าแล้วไม่มีการป้องกันบริเวณคางก็ตาม แต่หมวกประเภทนี้จะมีกระจกบังลมช่วยป้องกันฝุ่นและแมลงที่อาจมารบกวนการขับขี่ของคุณได้ หมวกประเภทนี้ถือเป็นหมวกกันน็อกที่ได้รับความนิยมมากที่สุด
4. หมวกกันน็อกแบบครึ่งใบ ( Half Face )
เป็นหมวกกันน็อกที่มีลักษณะครอบเพียงด้านบนของหัวเท่านั้นเเละไม่ช่วยในเรื่องของความปลอดภัย เนื่องจากไม่สามารถที่จะป้องกันในส่วนของท้ายทอยได้ซึ่งเป็นส่วนที่มีความสำคัญ โดยหมวกประเภทนี้เคยได้รับความนิยมมากที่สุดในช่วงยุค 1960
5. หมวกกันน็อกแบบออฟโร้ด , มอเตอร์ครอส ( Off – Road , Dirt , Motocross )
หมวกกันน็อกชนิดนี้ได้ดัดแปลงมาจากหมวกกันน็อกแบบเต็มหน้าเพื่อใช้ในการขี่มอเตอร์ไซค์วิบากโดยเฉพาะ หมวกประเภทนี้มีความปลอดภัยเช่นเดียวกันกับแบบเต็มหน้า เเต่จะเพิ่มในส่วนของที่บังแดดและยึดบริเวณที่ปิดคางออกมาให้เห็นอย่างชัดเจนเพื่อป้องกันโคลนที่จะปลิวมาขณะขับขี่
6. หมวกกันน็อกแบบกึ่งวิบาก ( Dual – Sport )
มีความคล้ายกับแบบออฟโร้ด แต่จะมีการเพิ่มการติดกระจกบังลมเข้าไปให้เหมือนกับหมวกกันน็อกแบบเต็มใบ ซึ่งหมวกกันน็อกประเภทนี้จะนิยมใช้งานกับผู้ขับขี่ในระยะทางไกลกับรถสไตล์ Touring Adventure
ทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้น คือ ประเภทของหมวกกันน็อกประเภทต่างๆ โดยแต่ละแบบแต่ละประเภทจะมีจุดเด่นในการใช้งานที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งคุณสามารถที่จะเลือกใช้งานได้ตามความเหมาะสมและรูปทรงที่ชอบได้ตามความต้องการ แต่สิ่งที่สำคัญสำหรับการเลือกใช้หมวกกันน็อก คือ คุณต้องเลือกใช้หมวกกันน็อกที่มีมาตรฐานได้รับการรับรองจาก มอก. เเละเลือกให้พอดีกับศีรษะ ไม่หนักจนเกินไป สามารถถอดมาทำความสะอาดได้ เพียงเท่านี้คุณก็จะได้หมวกกันน็อกที่ถูกใจและปลอดภัยต่อการขับขี่
อุบัติเหตุบนท้องถนนเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ในทุกที่และตลอดเวลา และคุณไม่สามารถรับรู้ได้เลยว่ามันจะเกิดขึ้นกับตัวคุณเมื่อไหร่ นอกจากที่คุณจะมีหมวกกันน็อกที่ดีแล้ว การทำประกันภัยรถจักรยานยนต์ก็เป็นสิ่งที่สำคัญเหมือนกัน ถือเป็นเครื่องการันตีให้คุณอุ่นใจในทุกครั้งที่คุณขับขี่รถจักรยานยนต์ออกถนน สำหรับผู้ที่สนใจทำประกันภัยรถจักรยานยนต์ สามารถที่จะอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่:
https://www.thaipat.co.th/Products/Motorbike.aspx