ในปัจจุบันประเทศไทยมีอัตราการเกิดอุบัติเหตุและผู้เสียชีวิตบนท้องถนนมากที่สุดในอาเซียน สาเหตุอันดับต้นๆ ก็คือ การเมาแล้วขับ โดยความสามารถในการขับขี่ของคุณจะลดลง เมื่อดื่มแอลกอฮอล์ หลายคนคิดว่าไม่ได้ดื่มเยอะยังมีสติสามารถขับขี่ได้สบาย แต่ถ้าหากเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาจะทำอย่างไร ไขข้อข้องใจ “เมาแล้วขับประกันจ่ายไหม?” มาดูกัน
แค่ไหนเรียกว่าเมา ? คนเมามักจะบอกว่าตัวเองไม่เมา หรือบางคนอาจไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตัวเองกำลังเมาอยู่
กฎหมายจึงช่วยจำกัดความคำว่า ‘เมา’ ไว้ว่า“ผู้ขับขี่ที่มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ถือว่า เมาสุรา”
ดังนั้นหากเจอด่าน แล้วคุณตำรวจให้เป่าวัดระดับแอลกอฮอล์ไม่ว่าคุณจะดื่มมาก ดื่มน้อยหรือมีสติแค่ไหน แต่ถ้าปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์
ก็ถือว่าคุณเมาแล้วขับนั่นเอง ซึ่งก่อนหน้านี้ ปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกิน 150 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ถึงจะถือว่าเมาสุรา แต่ได้มีการปรับเปลี่ยนเมื่อปี 2560 เพื่อช่วยรณรงค์เมาไม่ขับและ
ส่งเสริมการใช้รถใช้ถนนให้ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
ประกันรถยนต์คุ้มครองหรือไม่ ?
ประกันรถยนต์แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ ประกันภาคสมัครใจและประกันภาคบังคับหรือที่เรียกกันว่า พ.ร.บ. รถยนต์
สามารถอ่านรายละเอียดความคุ้มครองเพิ่มเติมได้ที่ ทำความรู้จักกับ ประกันภัยรถยนต์ ชั้นต่างๆ
-
ประกันภาคสมัครใจ : ประกันรถยนต์ชั้นต่างๆ ที่ผู้ขับขี่เลือกทำตามความสมัครใจ ซึ่งความคุ้มครองเหล่านั้นขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของบริษัทประกันภัย
คำถาม : เมาแล้วขับประกันจ่ายไหม ?
ตอบ : ประกันไม่จ่ายให้
ประกันภาคสมัครใจจะไม่คุ้มครองความเสียหายใดๆ ให้แก่ผู้ขับขี่ที่เมาแล้วขับทั้งชีวิตและทรัพย์สิน แม้ว่าคุณจะทำประกันชั้น 1 ที่มีการคุ้มครองอย่างครบถ้วน แต่ประกันชั้น1 ก็ยังมีข้อยกเว้นสำหรับผู้เมาสุราเช่นเดียวกัน สำหรับบุคคลภายนอกที่ได้รับความเสียหายจากผู้ขับขี่จะได้รับความคุ้มครองจากประกัน โดยบริษัทประกันไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธการชดเชยและสามารถเรียกร้องค่าเสียหายคืนจากผู้เอาประกันภายหลังได้
-
ประกันภาคบังคับ หรือ พ.ร.บ. รถยนต์ : ประกันรถยนต์ที่บังคับใช้ทั่วไป หากใครไม่ได้ทำประกันภาคบังคับนี้ ถือว่า ผิดกฎหมาย และต้องเสียค่าปรับจำนวนไม่เกิน 10,000 บาท
คำถาม : เมาแล้วขับประกันจ่ายไหม?
ตอบ : พ.ร.บ. จ่ายให้
พ.ร.บ. รถยนต์ จะให้ความคุ้มครองและช่วยชดเชยค่าเสียหายให้เฉพาะบุคคลเท่านั้น ไม่ว่าคุณจะเมาแล้วขับ ไม่มีใบขับขี่ หรือ ทำผิดกฎจารจรอื่นๆ ก็ตาม โดย พ.ร.บ. จะช่วยค่ารักษาพยาบาลในกรณีที่ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตเท่านั้น เพราะฉะนั้นหากคุณเมาแล้วขับรถชนคนอื่นๆ เข้า ก็ไม่จำเป็นต้องหนี เพราะประกันจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้อย่างแน่นอน
หมายเหตุ : ชดเชยค่าเสียหายเฉพาะบุคคล หมายความว่าหากรถของคุณหรือคู่กรณีได้รับความเสียหาย คุณจะต้องรับผิดชอบค่าเสียหายทั้งหมดนั้นด้วยตัวเอง
จากที่กล่าวมาข้างต้น ถึงแม้ว่าพ.ร.บ. รถยนต์ จะช่วยคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเฉพาะบุคคลในทุกกรณี แต่เราก็ไม่ควรละเมิดหรือทำผิดกฎจารจร อย่างการเมาแล้วขับ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับตั้งแต่ 10,000-20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หรือหากเกิดเหตุสร้างความเดือดร้อนแก่ผู้อื่นทั้งร่างกายและจิตใจ มีโทษจำคุก 1-5ปี ปรับตั้งแต่ 20,000 – 100,000 บาท และถูกพักใช้ใบขับขี่ไม่น้อยกว่า 1 ปี หรืออาจถูกระงับไปเลยก็ได้
ดังนั้นหากต้องไปสังสรรค์ คุณควรวางแผนเดินทางกลับบ้านให้ดี ดื่มแล้วไม่ควรขับ มีทางเลือกมากมายที่จะส่งคุณถึงบ้านอย่างปลอดภัยจากอุบัติเหตุ เช่น Taxi หรือระบบขนส่งสาธารณะอย่าง รถเมล์ BTS และ MRT หรือในปัจจุบันมีแอปพลิเคชันช่วยส่งคุณถึงบ้าน ในกรณีที่คุณขับรถไปดื่ม อย่าง U drink I drive หรือบริการรับส่งอื่นๆ อีกมากมาย ขับขี่อย่างปลอดภัย มีประกันรถยนต์ช่วยคุ้มครอง ด้วยความหวังดีจากไทยพัฒนาประกันภัย สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ ที่
http://www.thaipat.co.th/Products/Car.aspx