หน้าหลัก > บทความ > การเคลมประกันรถ เคลมสด-เคลมแห้ง แตกต่างกันอย่างไร ?
20
เม.ย.
2562
การเคลมประกันรถ เคลมสด-เคลมแห้ง แตกต่างกันอย่างไร ?
การเคลมประกันรถ เคลมสด-เคลมแห้ง แตกต่างกันอย่างไร ?
                 ในปัจจุบันอุบัติเหตุรถยนต์เกิดขึ้นบ่อยครั้ง เนื่องจากมีรถยนต์จำนวนมากบวกกับท้องถนนที่ค่อนข้างแออัด รถยนต์แต่ละคันจึงควรมีประกันภัยให้คุ้มครองเพื่อช่วยลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น สำหรับผู้ที่มีประกันรถยนต์อยู่แล้วคงจะคุ้นเคยกันดีกับคำว่า “เคลมประกันรถ” ที่เจ้าหน้าที่ประกันภัยจะเข้ามาช่วยเหลือและรับผิดชอบความเสียหายเมื่อเกิดอุบัติเหตุรถยนต์ แต่การที่จะเคลมประกันนั้นต้องทำอย่างไรบ้าง ต้องมีค่าเสียหายส่วนแรกเพิ่มเติมหรือไม่ เคลมสดและเคลมแห้งแตกต่างกันอย่างไรมาดูกัน
 

การเคลมประกันรถยนต์ คืออะไร

                 การเคลมประกันรถยนต์ คือ การนำรถยนต์ที่เกิดอุบัติเหตุเข้าศูนย์บริการรถยนต์ยี่ห้อนั้นๆ เพื่อซ่อมแซมความเสียหาย หรือส่งซ่อมที่อู่รถยนต์ในเครือข่ายของบริษัทประกันภัยของคุณ โดยบริษัทประกันภัยจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายการซ่อมแซมนี้ แต่ก่อนที่จะส่งเคลมคุณต้องมั่นใจเสียก่อนว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นอยู่ในเงื่อนไขความคุ้มครองที่เราทำประกันรถยนต์ไว้จึงจะสามารถเคลมได้นั่นเอง
                 โดยประกันรถยนต์แต่ละชั้นสามารถเคลมได้หรือเคลมไม่ได้ ในกรณีที่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขความคุ้มครอง ยกตัวอย่างเช่น ประกันรถยนต์ชั้น 1 ที่ให้ความคุ้มครองอย่างครบถ้วน สามารถเคลมประกันได้ทุกกรณี ไม่ว่าการเกิดอุบัติเหตุจะมีคู่กรณีหรือไม่มีก็ตาม หรือ ประกันชั้น 2+ ที่สามารถเคลมได้ก็ต่อเมื่อผู้เอาประกันมีคู่กรณีเท่านั้น  หรือ ประกันชั้น 3 ที่รับผิดชอบซ่อมแซมเฉพาะรถยนต์ของคู่กรณี เป็นต้น
 

การเคลมประกันรถแบ่งออกเป็น 2 ประเภท

1. เคลมสด : การเคลมทันทีในที่เกิดเหตุ มีการเรียกพนักงานบริษัทประกันภัยไปตรวจสอบความเสียหายที่เกิดเหตุเบื้องต้น และดูว่าใครเป็นฝ่ายถูกหรือฝ่ายผิด พร้อมถ่ายรูปเก็บหลักฐานและออกเอกสารการเคลม ทั้งในกรณีที่มีคู่กรณีและไม่มีคู่กรณี
  • แบบมีคู่กรณี : หากเกิดเหตุรถชนแบบมีคู่กรณี ไม่ว่าคุณจะเป็นฝ่ายถูกหรือฝ่ายผิด จำเป็นต้องขอข้อมูลทะเบียนรถ ชื่อนามสกุลและเบอร์โทรศัพท์คู่กรณีไว้ โดยประกันที่สามารถเคลมสดแบบมีคู่กรณีได้ คือ ประกันรถยนต์ชั้น 1 , ชั้น 2+ และ ชั้น 3+
  • แบบไม่มีคู่กรณี : การเคลมสดแบบไม่มีคู่กรณีหรือถูกชนแล้วหนี

ประกันที่สามารถเคลมสดแบบไม่มีคู่กรณีได้ คือ ประกันรถยนต์ชั้น 1 แต่ต้องเสียค่าเสียหายส่วนแรก หากมีการตกลงไว้กับบริษัทประกันภัย ส่วนประกันชั้น 2+ และชั้น 3+ จำเป็นต้องมีหลักฐานว่ามีคู่กรณี ไม่ว่าจะเป็นภาพ วีดีโอจากกล้อง หรือมีพยานรู้เห็น เป็นต้น

2. เคลมแห้ง : บางคนเรียกว่า การเคลมรอบคัน คือ การเคลมที่ผู้เอาประกันไปเคลมด้วยตัวเอง ส่วนใหญ่มักเป็นอุบัติเหตุที่ไม่มีคู่กรณีและไม่รุนแรงมาก หรือขับรถชนสิ่งของ เช่น ขับรถครูดฟุตบาท ถอยรถชนต้นไม้ เสาไฟฟ้า เป็นต้น  ในกรณีเคลมแห้ง ควรจด วัน เวลา สถานที่ เกิดเหตุที่ชัดเจน เพื่อติดต่อพนักงานและแจ้งเคลมรถยนต์

หมายเหตุ – การเคลมแห้งอาจมีค่าเสียหายส่วนแรก  Excess ตามที่ตกลงไว้ในกรมธรรม์ ซึ่งแต่ละบริษัทก็มีค่าใช้จ่ายที่แตกต่างกันไป ( ค่าเสียหายส่วนแรก  Excess คืออะไร สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ ค่าเสียหายส่วนแรก สิ่งที่คนทำประกันรถยนต์ควรรู้ )
 
2.jpg
 

ขั้นตอนการเคลมประกัน


ขั้นตอนการเคลมสด
  1. อันดับแรกต้องตั้งสติ ลงจากรถเพื่อตรวจสอบความเสียหาย หากมีผู้รับบาดเจ็บให้รีบโทรเรียกรถพยาบาลโดยด่วน
  2. ถ่ายรูปเก็บหลักฐาน จดเลขทะเบียนรถยนต์คู่กรณีไว้
  3. โทรแจ้งบริษัทประกันให้มาตรวจสอบ ณ ที่เกิดเหตุ โดยแจ้งทะเบียนรถยนต์ สถานการณ์และสถานที่อย่างชัดเจน
  4. พนักงานประกันตรวจสอบที่เกิดเหตุ จากนั้นจะได้รับเอกสารใบแจ้งเคลม ที่ระบุรายการความเสียหายที่เกิดขึ้น
  5. นำรถยนต์เข้าศูนย์ซ่อม หรืออู่รถยนต์ที่อยู่ในเครือบริษัทประกัน เพื่อให้อู่รถยนต์หรือศูนย์ซ่อมประเมินราคาและนำไปวางบิลกับบริษัทประกัน
หมายเหตุ : กรณีชนแล้วหนีหรือไม่ทราบเลขทะเบียนคู่กรณี (ประกันรถยนต์ไม่ใช่ประกันชั้น1) จำเป็นต้องมีหลักฐานเลขทะเบียนรถคู่กรณีจึงจะทำการเคลมได้

ขั้นตอนการเคลมแห้ง
  1. ถ่ายรูปหลักฐานการเกิดเหตุ จดวัน เวลา สถานที่ ลักษณะการเกิดเหตุให้ละเอียด
  2. เตรียมเอกสารจำเป็น อย่าง สำเนาทะเบียนรถ สำเนาใบอนุญาตขับขี่ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและสำเนากรมธรรม์
  3. โทรแจ้งบริษัทประกันก่อนนำรถเข้าซ่อม แจ้งรายละเอียดเกิดเหตุ วัน เวลา สถานที่ ลักษณะเกิดเหตุอย่างชัดเจน (ไม่ควรปล่อยไว้นานเกินไป)
  4. เมื่อได้รับหมายเลขเคลมแล้ว สามารถนำรถเข้าศูนย์ซ่อมหรืออู่รถยนต์ได้ โดยบริษัทประกันจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น ตามเงื่อนไขในกรมธรรม์


                 นี่คือการเคลมประกันรถ ความแตกต่างของการเคลมสด-เคลมแห้ง และขั้นตอนต่างๆ ที่จะช่วยให้คุณเคลมประกันได้ง่ายยิ่งขึ้น และเพื่อความสะดวกในการเคลมควรติดกล้องด้านหน้าหรือด้านหลังรถยนต์จะช่วยป้องกันปัญหาชนแล้วหนีหาคู่กรณีไม่ได้นั่นเอง สำหรับผู้ที่ยังไม่ทราบว่าจะทำประกันรถยนต์ของอะไรดี ที่ไหนมีประกันรถยนต์ที่ครอบคลุม สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaipat.co.th/Products/Car.aspx ไทยพัฒนาประกันภัย ประกันรถยนต์ที่ครบวงจร โดยมีอู่ในเครือมากกว่า 250 แห่งทั่วประเทศ และมีบริการพิเศษช่วยเหลือฉุกเฉินรถเสีย 24 ชั่วโมง พร้อมดูแลคุณ


 



 
Share to Twitter