หน้าหลัก > บทความ > 9 วิธีรับมือเมื่อเกิดอุบัติเหตุไฟไหม้บ้านหรือไฟไหม้อาคาร
09
เม.ย.
2562
9 วิธีรับมือเมื่อเกิดอุบัติเหตุไฟไหม้บ้านหรือไฟไหม้อาคาร
9 วิธีรับมือเมื่อเกิดอุบัติเหตุไฟไหม้บ้านหรือไฟไหม้อาคาร
                 ไฟไหม้บ้าน ไฟไหม้อาคาร หรืออัคคีภัย ภัยใกล้ตัวที่ไม่มีใครต้องการให้เกิดขึ้น เห็นได้จากข่าวสารในทุกวันนี้ อัคคีภัยสามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลา ทั้งที่บ้าน ในพื้นที่ส่วนตัว แม้แต่อาคารสูงที่มีผู้คนจำนวนมาก  สร้างความสูญเสียแก่ทรัพย์สิน บ้านเรือน อาคารรอบข้าง รวมถึงสร้างความเสียหายต่อร่างกายและถึงแก่ชีวิต โดยอัตราการเกิดอุบัติเหตุไฟไหม้นั้นเพิ่มขึ้นแทบทุกปี ไม่ว่าจะเป็นสาเหตุจากไฟฟ้าลัดวงจร การจุดธูปจุดเทียนทิ้งไว้ การสุบบุหรี่หรือจุดไฟบริเวณที่มีสารระเหย เป็นต้น

การทำประกันอัคคีภัยหรือประกันไฟไหม้เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยในการคุ้มครองความเสี่ยงภัยต่างๆ รวมถึงไฟไหม้บ้าน ไหม้อาคารด้วย ก่อนที่จะหาว่าประกันอัคคีภัยที่ไหนดี ไทยพัฒนาประกันภัยขอเสนอ 9 วิธีรับมือเมื่อเกิดอุบัติเหตุไฟไหม้  ให้คุณได้รู้เท่าทันและสามารถเอาตัวรอดได้อย่างปลอดภัย
 

1. ข้อปฏิบัติเบื้องต้น

                 เมื่อรู้ตัวว่ากำลังมีเหตุเพลิงไหม้ อันดับแรกควรตั้งสติให้ดี อย่าตื่นตระหนก พร้อมกับประเมินสถานการณ์ที่เกิดขึ้น จากนั้นโทร 199 แจ้งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงทันทีและบอกตำแหน่งเกิดเหตุให้ชัดเจนเพื่อให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการได้อย่างรวดเร็วที่สุด หากอยู่ในอาคารให้รีบกดสัญญาณเตือนไฟไหม้หรือส่งเสียงขอความช่วยเหลือเพื่อให้ผู้อื่นทราบแม้เป็นเหตุเพลิงไหม้เพียงเล็กน้อยก็ตาม
 

2. อุปกรณ์ดับเพลิง


ถังดับเพลิง
4 ขั้นตอน จำง่ายๆ คือ ดึง ปลด กด ส่าย
  • ดึงสลักออกเพื่อปลดล็อคคันบีบของถังดับเพลิง
  • ปลดสายฉีดของถังดับเพลิงและจับบริเวณปลายสาย
  • กดคันบีบให้สารเคมีออกมาในบริเวณปลายสาย พร้อมทั้งจับปลายสายให้แน่น ยืนห่างประมาณ 2-4 เมตร เหนือลม
  • ส่ายปลายสายไปมาเพื่อใช้ในการดับเพลิง โดยฉีดไปยังฐานเพลิงหรือต้นเพลิง จนกระทั่งเปลวไฟดับสนิท

ลูกบอลดับเพลิง
อีกหนึ่งอุปกรณ์ดับเพลิงที่น่าสนใจคือลูกบอลดับเพลิง โดยลูกบอลจะแตกกระจายออกเป็นสารเคมี สามารถใช้ปาเข้าไปในเหตุเพลิงไหม้
หรือตั้งไว้ข้างเบรกเกอร์หรือสถานที่ที่มีความเสี่ยงเกิดเพลิงไหม้นั่นเอง


3. ตรวจสอบผนังและประตู

                 ก่อนหาทางหนีทีไล่ให้ตรวจสอบที่ผนังห้องและประตูห้องเสียก่อน เพื่อหาต้นเพลิงว่ามาจากทิศทางใด หากลูกบิดประตูไม่ร้อนให้เปิดประตูออกไปอย่างช้าๆ ถ้ามีควันเยอะให้หมอบคลานหาเส้นทางหนีไฟหรือถ้าอยู่บนอาคารให้ตรวจสอบแผนผังเส้นทางหนีไฟและตรงไปยังบันไดหนีไฟ (หากเคยซ้อมหนีไฟแล้วให้ปฏิบัติตามและอย่าลืมสังเกตสถานการณ์รอบๆ ตัวเพื่อความปลอดภัย)
หากลูกบิดประตูมีความร้อนสูง อย่าเปิดประตูออกไปเด็ดขาด เป็นไปได้ว่าคุณอาจอยู่ในวงล้อมของเพลิงไหม้หรืออยู่ในบริเวณที่ใกล้เคียง ถ้าเปิดออกไปเปลวไฟจะลุกเข้ามาได้


4. กรณีที่ติดในห้องหรือในอาคาร

                 เมื่อพบว่าลูกบิดประตูมีความร้อนสูง ไม่สามารถหาทางออกไปได้ ให้ใช้ผ้าหนาๆ ชุบน้ำมาอุดตามช่องที่มีควันลอยเข้ามา พร้อมปิดพัดลม เครื่องปรับอากาศหรือเครื่องระบายอากาศ เพื่อไม่ให้ควันไฟกระจายตัว อีกทั้งป้องกันการสูดดมควันไฟอีกด้วย จากนั้นโทร 199 ติดต่อเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและส่งเสียงขอความช่วยเหลือที่หน้าต่างหรือระเบียงห้อง


5. หมอบคลานต่ำ

                 อย่าอพยพไปในทางที่สวนกับควันไฟ หากมีควันไฟหนาแน่นมาก ให้หมอบคลานต่ำให้ใกล้ระดับพื้นมากที่สุดเพื่อหาอากาศบริสุทธิ์ ควรคลานต่ำในระดับพื้นไม่เกิน 1 ฟุตจะดีที่สุด เพื่อหลีกเลี่ยงไอความร้อนและควันไฟที่ลอยตัวอยู่ด้านบน


6. ห้ามใช้ลิฟต์

                 ในกรณีที่ไฟไหม้อาคาร ห้ามใช้ลิฟต์เป็นอันขาด เนื่องจากขณะเกิดเพลิงไหม้อาจทำให้ไฟฟ้าลัดวงจรหรือไฟดับ ทำให้คุณติดอยู่ในลิฟต์ไม่สามารถหนีไปไหนได้ นอกจากนั้นอากาศภายในลิฟต์มีค่อนข้างน้อยทำให้หายใจไม่สะดวก ทำให้ขาดอากาศหายใจได้
รวมถึงควันไฟที่ลอยเข้าไปอาจทำให้คุณสำลักควันไฟเสียชีวิตได้เช่นเดียวกัน ทางที่ดีควรใช้บันไดหนีไฟในการอพยพออกจากอาคาร เนื่องจากบันไดหนีไฟมีช่องระบายอากาศช่วยลดการสูดดมควันไฟเข้าสู่ร่างกายนั่นเอง


7. หลีกเลี่ยงการสูดดมควันไฟ

                 ควันไฟจากเหตุเพลิงไหม้ ตัวการสำคัญทำให้ผู้ประสบเหตุเสียชีวิต ทันทีที่เกิดเพลิงไหม้ควันไฟจะเข้ามาปกคลุมอย่างรวดเร็ว ทำให้คนส่วนใหญ่สำลักควันไฟเสียชีวิตก่อนที่จะโดนเฟลวไฟลุกลามมาด้วยซ้ำ ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงการสูดดมควันไฟโดยตรง ด้วยวิธีการคลายต่ำหรือจำเป็นต้องฝ่าควันไฟจริงๆ ควรใช้ผ้าชุบน้ำปิดจมูกและปาก หรือนำถุงพลาสติกใสอัดอากาศบริสุทธิ์ให้เต็มที่แล้วสวมไปที่ศีรษะเพื่อป้องกัน


8. กรณีไฟติดเสื้อผ้า

                 หากไฟติดเสื้อผ้าห้ามวิ่งหรือรนเด็ดขาดเพราะจะทำให้เปลวไฟลุกไหม้เร็วยิ่งขึ้น วิธีดับไฟคือให้รีบถอดเสื้อผ้าที่ติดไฟออกหรือล้มตัวลงนอนเป็นแนวราบ
จากนั้นกลิ้งตัวไปมาจนกระทั่งไฟดับ
 

9. ไม่เข้าไปหลบในจุดอับ

                 ไม่อพยพเข้าไปในจุดอับของบ้านหรืออาคาร เพราะจะทำให้เจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยเหลือได้ยากมากขึ้น เช่น บริเวณห้องใต้ดิน ห้องเก็บของต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในห้องน้ำที่หลายคนคิดว่าปลอดภัยเพราะมีน้ำไว้ใช้ดับไฟ แต่น้ำเพียงเท่านั้นไม่อาจช่วยให้รอดพ้นจากเพลิงไหม้ได้และอาจสำลักควันไฟเสียก่อนที่จะดับไฟได้หมด รวมถึงไม่อพยพขึ้นไปบนดาดฟ้า เพราะไฟจะลุกลามจากด้านล่างขึ้นบนนั่นเอง (ยกเว้นในกรณีที่ไหม้ด้านล่างหมดแล้ว)
 
3.jpg


                 และนี่คือวิธีรับมือเมื่อเกิดอุบัติเหตุไฟไหม้บ้านหรือไฟไหม้อาคารที่จะช่วยให้คุณเอาตัวรอดได้อย่างปลอดภัย อย่างไรก็ตามเราควรกันไว้ก่อนดีกว่าแก้ ไม่มีอะไรปลอดภัยเท่ากับการใช้ชีวิตประจำวันอย่างระมัดระวังและอยู่ในความไม่ประมาท อย่างเช่น หมั่นตรวจสอบเครื่องใช้ไฟฟ้า ปลั๊กไฟ ว่ามีการชำรุดหรือไม่ รวมถึงเตาแก๊ส ถังแก๊สต่างๆ ด้วย และถอดปลั๊กไฟหลังจากใช้งานเสร็จแล้ว เป็นต้น นอกจากนั้นควรติดตั้งเครื่องตัดไฟ อุปกรณ์ดับเพลิงต่างๆ และใส่ใจทุกครั้งเมื่อมีการซ้อมหนีไฟ

                 สำหรับผู้ที่ยังไม่ทราบว่าประกันอัคคีภัยที่ไหนดี หรือสนใจทำประกันไฟไหม้หรือประกันอัคคีภัย สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaipat.co.th/Products/Property.aspx  แผนประกันที่จะช่วยแบ่งเบาความเสี่ยงให้บ้านหรืออาคารของคุณ





 
Share to Twitter